/music/.mp3 http://www.watthaimn.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 กรรมการบริหารวัด

 บทความ

 ภาพกิจกรรม

 ร่วมบริจาคทำบุญ

 เว็บบอร์ด

 การเดินทาง

 ติดต่อเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

ส.ค.ส.พระราชทาน

ศึกษาพระไตรปิฎก

วันสำคัญทางศาสนา

เรียนธรรมศึกษาตรี

บทความน่าสนใจ

คำบูชาวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

- สวัสดีปีใหม่ สุขใจทั่วกัน

- สวัสดีปีใหม่ สุขใจทั่วกัน

สวัสดีปีใหม่สุขใจทั่วกัน

โดย พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.๙,Ph.D) ศาสตราจารย์ ราชบัณฑิต

เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

                                                                                               

            ปีใหม่ก็เป็นโอกาสที่จะปรารภธรรมในเรื่องของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ทั้งๆ ที่เรื่องของกาลเวลานั้น เป็นเรื่องของการสมมุติบัญญัติ แต่ถ้าเราใช้การสมมุติบัญญัติให้เป็นประโยชน์ ก็จะทำให้ชีวิตของเรามีการเปลี่ยนแปลงได้ดี

                นักจิตวิทยาทำการศึกษาแล้วพบว่า ถ้าเราจะถือโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิต ให้ทำในสองวัน จะมีผลมาก ที่เรียกว่าจุดเปลี่ยนของชีวิต   วันที่หนึ่งก็คือวันปีใหม่   วันแรกในชีวิตที่จะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลง พอถึงปีใหม่ คนก็จะคิดว่าเปลี่ยนศักราชใหม่

เปลี่ยนพ.ศ.ใหม่เปลี่ยนจิตเปลี่ยนใจ กลับจิตกลับใจ กลับกายกลับตัว กลับหางกลับหัว เปลี่ยนชั่วให้เป็นดี

ในตะวันตกเขาจะมีคำว่า“Resolution”เป็นการอธิษฐานว่าปีนี้อยากจะทำอะไรเป็นพิเศษเขาเรียกว่า“Resolution” ฉะนั้นทั่วโลกเลย

เขาจะมีคำนี้ คือคำตั้งปฏิญาณอธิษฐานว่าเราจะทำอะไรให้มันดีกว่าเก่า เป็นเป้าหมาย  อย่างปีนี้ท่านคิดว่าหลายๆ เรื่องที่ท่านอยากจะทำให้สำเร็จ แล้วก็ขอเป็นพรบ้าง ตั้งเป็นเป้าหมายชีวิตบ้าง มันยังไม่สำเร็จ แล้วอยากจะให้สำเร็จ ก็ต้องตั้งเป้าหมาย นี่คือวันขึ้นปีใหม่ แล้วก็ถ้าจะให้สำเร็จแน่ๆ ก็ต้องไปที่วัดไปอธิษฐาน หลวงพ่อนาควัดประยูร เป็นพระศักดิ์สิทธิ์ ไปซะบ้าง ไปอธิษฐานขอพรดลบัลดาลให้สำเร็จตามที่เราปรารถนา อันที่จริงก็คือเราบอกกับตัวเราเอง

วันที่สองในชีวิตก็คือวันเกิด วันเกิดในชีวิตของคนเรา มันจะทำให้เราตระหนักว่า ชีวิตเรามีอายุเพิ่มขึ้น โตขึ้นแล้ว มีอายุมากขึ้นแล้ว มันน่าจะทำอะไรให้เป็นแก่นสาร ฝากความดีอะไรไว้ให้กับโลกนี้บ้าง มันก็จะถึงจุดที่เราเปลี่ยนชีวิตของเราได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น เมื่อถึงวันปีใหม่อย่างนี้ ก็จะเป็นโอกาสที่จะใด้อธิษฐานจิต

การตั้งจิตอธิษฐานนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่เป้าหมาย  

เจ้าชายสิทธัตถะที่ได้เป็นพระพุทธเจ้า เพราะตั้งจิตอธิษฐาน ตอนที่เป็นพระโพธิสัตว์ ย้อนไปหลายๆชาติ แต่ก่อนมาท่านก็เป็นคนธรรมดาเหมือนพวกเรา ไม่ได้หวังพระโพธิญาณ ไม่ได้หวังจะเป็นพระพุทธเจ้า แต่เพราะมีจุดเปลี่ยนของชีวิต คือท่านได้ทำความดีใหญ่

ถ้าเป็นคติทางพระพุทธศาสนา เขาไม่อธิษฐานเฉพาะในช่วงวันปีใหม่หรือวันเกิด คติทางพุทธศาสนาถึงเวลาที่เราทำบุญใหญ่ เราก็หวังได้ บางคนบอกไม่หวังมั่งคั่งร่ำรวย ไม่หวังมีชื่อเสียง แต่หวังอย่างอื่น อธิษฐาน ในช่วงนั้น บางคนใส่บาตรทัพพีเดียว อธิษฐานใหญ่ไปหน่อย อันนี้ก็มากไป แต่แสดงว่ายึดมั่นประเพณี ว่าถ้าเป็นแบบชาวพุทธ พอทำบุญอะไรก็ตามต้องอธิษฐาน และอธิษฐานซ้ำๆกันจึงจะสำเร็จ ไม่ใช่เปลี่ยนทุกวัน วันนี้อธิษฐานอันนี้ พรุ่งนี้เปลี่ยน ปรากฏว่าเทวดางง! พระอินทร์บันทึกไม่ถูกเลยว่าขออะไรแน่ ที่จริงก็คือการบอกกับตัวเองไปสู่เป้าหมาย

พระพุทธเจ้าตอนที่เป็นคนธรรมดา ก็ไม่ได้อธิษฐาน แล้วมาวันหนึ่งท่านทำบุญใหญ่ ในสมัยที่เป็นดาบส ก็คือเป็นนักบวช หรือฤาษี แล้วท่านทำบุญใหญ่อย่างไร ชาวบ้านเขาทำถนนเอาดินมากลบที่เป็นโคลนตม  เป็นเลนทำเป็นถนน เพื่อจะต้อนรับพระพุทธเจ้า

ในอดีตชาติสมัยนั้น  คือพระทีปังกร ก่อนที่ท่านจะเสด็จเข้ามาในเมือง  ทุกคนมีสัมปทานทำที่ต้อนรับ คนนี้ทำถนนช่วงนี้คนนี้ทำถนนช่วงนี้  ที่แบ่งสัมปทานกันก็คือแบ่งบุญกัน เหมือนเราแบ่งกันประเคนอย่างนี้  แบ่งสัมปทานกันประเคน  อย่าไปแย่งกัน คนนี้ทำตรงนี้คนนี้ทำตรงนั้น  มันเหลือช่วงสุดท้าย

ท่านสุเมธดาบส ก็คือพระพุทธเจ้าในอดีต  ท่านมาถึงเมืองนั้นพอดี เขากำลังจะทำสำเร็จแล้ว เหลืออยู่ช่วงสุดท้าย ก็ขอสัมปทานตรงนี้ ไม่ให้ใครช่วย ขวนขวายทำด้วยมือของตัวเองเลย อายุก็มาก เป็นดาบสงกๆเงิ่น ๆ ขนอิฐ ขนดินอะไรต่างๆ มาเท ทำเป็นสะพาน

ขณะที่กำลังทำอยู่นั่นแหละ คณะของพระพุทธเจ้าเสด็จมา  พระพุทธเจ้าเสด็จมาถึงแล้ว ยังเหลืออีกประมาณหนึ่งวายังไม่เสร็จ เป็นโคลนตมเป็นดินเลน ทำอย่างไรดี ขนอะไรมาก็ไม่ทัน ขนไม้มาก็ไม่ทัน

ท่านสุเมธดาบสก็ได้ทำบุญใหญ่ที่เรียก อัตถจริยา ในสังคหวัตถุสี่ มีทาน การให้ ปิยวาจา พูดจาไพเราะ อัตถจริยา ทำตนให้เป็นประโยชน์  และสมานัตตตา ความเป็นผู้มีตนเสมอ

               ทำอย่างไร ก็กราบพระพุทธเจ้าบอกไม่ต้องเหยียบบนโคลนหรอก ขอข้าพเจ้ารับผิดชอบเอง ปูหนังเสือที่คลุมกายสำหรับฤาษีบนพื้นที่สกปรก แล้วตัวเองก็ลงนอนคว่ำลง ให้พระพุทธเจ้าเหยียบผ่านไปโดยไม่เปื้อนดิน

                นึกถึงภาพฤาษีดัดตนวัดโพธิ์นั่นเหยียบเลย อาจจะมาจากนี่ก็ได้ พอข้ามไปแล้วอธิษฐาน ไม่ได้ขอจะไปสวรรค์ อธิษฐานจิตตอนนี้ทำบุญใหญ่ ไม่ได้ขอจะไปสวรรค์ ไม่ได้ขอนิพพาน เป็นพระอรหันต์เฉยๆ  ขอเป็นพระพุทธเจ้า พอขอเป็นพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็ประทานพลัง เอวังโหตุ จงเป็นอย่างนั้น

ตั้งแต่นั้นมา ตั้งแต่วาระนั้นเป็นต้นมาทำอะไรนึกถึงเป้าหมายตลอด กี่ชาติ กี่ชาติ ขอเป็นพระพุทธเจ้า ถ้ายังไม่ถึงเป้าหมาย ไม่หยุด

เกิดเป็นคนควรหวังอย่ายั้งหยุด

มิรู้สุดมุ่งหวังตั้งมาดหมาย

หวังไว้เถิดหวังยั่งยืนไม่คืนคลาย

ปราชญ์ทั้งหลายสมหวังเพราะตั้งใจ

อธิษฐานจิตอย่างนี้เรียกว่าจุดเปลี่ยนของชีวิต

            ในพุทธศาสนานิกายเซน มหายานถือเรื่องการอธิษฐานจิตนี่สำคัญมาก ถ้าใครคนไหนอยากเป็นพระพุทธเจ้าต้องอธิษฐาน พออธิษฐานปุ้บในมหายานก็ถือว่าเป็นพระโพธิสัตย์ทันที

มีเรื่องเล่าว่าหลวงพ่อเดินไปกับเณรน้อย หลวงพ่อเดินนำหน้า เณรน้อยเดินตามหลัง เณรน้อยก็คิดไปเรื่อยๆ หลวงพ่อรู้วาระจิตของสามเณร รู้ใจทายใจได้ เณรก็คิดชีวิตของคนเราเวียนว่าย ตายเกิด เป็นทุกข์เหลือเกิน ขออธิษฐานตั้งแต่นี้ไปขอเป็นพระพุทธเจ้า หลวงพ่อพอรู้เณรอธิษฐานขอเป็นพระพุทธเจ้า ก็เรียกให้เณรมาเดินหน้าหลวงพ่อ เลื่อนลำดับเลย โดยวาระจิตเลื่อนขึ้นมาเดินหน้าหลวงพ่อ เณรเดินไปสักพัก เห็นเพื่อนเล่นอยู่ก็ได้คิดว่าสึกดีกว่า หลวงพ่อก็เลยบอกเณรให้มาเดินข้างหลัง ลดทันที อันนั้นก็เร็วไปหน่อย

อย่างมหายานพระพุทธศาสนาจะให้เราตั้งเป้าหมาย อธิษฐานจิต เราต้องการอะไร เวลาที่เราทำบุญทำกุศลก็อธิษฐาน เพื่อเราก็ได้ เพื่อใครก็ได้ เพื่ออะไรก็ได้ แล้วดำเนินการตามนั้น

ทีนี้การอธิษฐานจะสำเร็จนี้ มันจะมีสามขั้น ขั้นที่หนึ่งท่านเรียกว่า อารัมภะ แปลว่าริเริ่ม ตั้งจิตอธิษฐานริเริ่มว่าเราประสงค์จะทำอะไร การที่เราจะทำอะไรสำเร็จมันจะต้องมีอารัมภะ ข้อที่สอง คิดอย่างเดียวไม่พอ ฝันอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีนิกัมมะ ลงมือทำ คือเรียกว่าก้าวเดินไป นิกัมมะ แล้วเวลาเดินไป มันล้มลุกคลุกคลาน อาจมีแพ้บางครั้ง ต้องสู้ต่อ ท่านเรียกว่า ปรักกัมมะ

ที่เราทำอะไรไม่สำเร็จ  ก็เพราะมันขาดขั้นใดขั้นหนึ่งถ้าเราระลึกถึงอดีตชาติของพระพุทธเจ้าโดนฝ่ายค้านแกล้ง แกล้งก็คือเทวทัตเป็นฝ่ายค้าน ตำแหน่งจะเอาไม่รอด แต่ก็รอดมาเป็นพระพุทธเจ้าได้มันต้องฟันฝ่าขนาดไหน  ต้องทำอะไรมากมายขนาดไหน  ฉะนั้น มันจึงต้องมีครบเครื่องสามข้อ หนึ่งอารัมภะ ตั้งจิตอธิษฐาน เหมือนเด็กจะเดินได้ต้องมีตั้งไข่ นึกถึงว่าเราจะเดินได้ ใครจำความได้บ้าง อาตมาจำไม่ได้ จะเดิน ต้องมีตั้งไข่ นั่นคืออารัมภะ ลุกขึ้นมายืนก่อน เสร็จแล้วเดิน นิกัมมะ นี่ขั้นที่สอง เดินออกไป มันล้ม ล้มแล้วร้องไห้คลานหยุดแค่นั้นได้ไหม ก็ไม่ได้ แม่บอกไม่ช่วยแล้ว ไปต่อ ลุกขึ้นมาใหม่ เดินจนกว่าจะไปถึงเป้าหมายที่เค้ากำหนดว่าจะไปเอาของตรงนั้นตรงนี้ มันจะมีสามขั้นเท่านั้นเอง

ทีนี้ในชีวิตเรา บางคนปีใหม่ อธิษฐาน ยังไม่ทันเดินเลย เปลี่ยนอีกแล้ว มันยาก เปลี่ยนทุกวัน ก็ไม่สำเร็จใช่ไหม เรียกว่าตั้งไข่ แต่ไม่เดิน บางคนเดิน ล้มแล้วไม่ลุก ล้มไปแล้วมันก็หยุดอีก เพราะฉะนั้น ล้มไปแล้วก็ลุกขึ้นมา จนกว่าจะถึงเป้าหมาย อารัมภะคือตั้งไข่ นิกัมมะเดินหน้า ปรักกมะ ล้มแล้วลุกขึ้นมาจนกว่าจะถึงเป้าหมาย

ในสามข้อนี้ ทำอย่างไร เราจะมีอารัมภะ ริเริ่ม ตั้งจิต สภาพหนึ่งก็คือ บางคนไม่ได้คิดจะเป็นไม่ได้คิดจะทำ แต่ปัญหามันรุมเร้า ไม่มีจะกิน ทำไมขยันเหลือเกินน่าชื่นชม ถ้าไม่ขยันก็อดตาย จะมาอยู่เหมือนพระได้อย่างไร (แน่ะว่าเราอีก!) พระไม่บิณฑบาตรก็ไม่อดตาย มันมีปัญหารุมเร้า แต่บางคนมีแล้วก็ยังไม่หยุด เพราะอะไร คิดถึงคนอื่น พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ โลกานุกัปปายะ เพื่อประโยชน์สุขแก่คนจำนวนมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่ชาวโลก ทำไมพ่อแม่ทำงานต่อ เพื่อลูก เพื่อสังคมเพราะฉะนั้น เมื่อสังคมมีปัญหาเราจะต้องออกไปช่วย จะต้องออกไปทำ มันก็อารัมภะ

แต่ในการทำความดี มันจะมีหลักอยู่ว่า ท่านต้องไม่สันโดษ ถ้าท่านสันโดษคือพอใจตามมีอยู่ แค่นี้ก็ดีแล้ว ท่านไม่ริเริ่มหรอก บริษัทปีนี้ได้กำไรเท่านี้แล้ว พอแล้ว เราได้ยศ ได้ศักดิ์ ได้ผลงานเท่านี้ พอแล้ว มันก็จะไม่มีริเริ่ม ในส่วนของสันโดษนี่มันจะมีสองอย่าง ถ้าการจับจ่ายใช้สอย ท่านให้สันโดษ เศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร คือการใช้จ่าย ใช้สอย การลงทุนอะไรต่างๆ ให้ดูความพอดี อย่าบริโภคเกินตัว อย่าเป็นหนี้เป็นสิน จับจ่ายใช้สอยต้องสันโดษ พอใจตามมี ยินดีตามได้ แต่การทำงานอย่าไปสันโดษ เค้าให้ทำงานวันละหกชั่วโมง แปดชั่วโมง บอกสองชั่วโมงก็พอแล้ว สันโดษ ไม่ได้ เวลาที่ทำความดีท่านไม่ให้สันโดษ มิฉะนั้น จบ ป.6 ก็พอแล้วไม่เรียนละ ปริญญาตรีพอแล้ว ปริญญาโทพอแล้ว ปริญญาเอกพอแล้ว ถ้าเป็นคนใฝ่รู้ไม่มีคำว่าพอ

เพราะฉะนั้น ในทางพระพุทธศาสนาจะมีสองคำ เสขะ แปลว่าผู้ยังต้องศึกษา อย่างญาติโยมที่มาฟังเทศก์ ฟังอาตมา ฟังท่านนั้นท่านนี้ ฟังครั้งเดียวพอแล้ว ซึ้งแล้ว ฟังไปก็เท่านั้นแหละ แต่อย่างนี้มันก็ไม่ไปไหนมาไหนใช่ไหม เหมือนเดิมได้แล้วแค่นี้คล่องแล้ว พักแล้วนอน ตีห้าพอแล้ว จบแล้ว ท่านบอกไม่ให้สันโดษในการถวายทาน รักษาศีลเจริญจิตภาวนา ฟังเทศก์ฟังธรรมอะไรต่างๆ ทำไปเรื่อยๆ มิฉะนั้น คนก็ไม่ได้เป็นพระอรหันต์ เพราะบอกเป็นพระโสดาบันพอแล้ว ยังเป็นพระโสดาบันต้องไปเป็นขั้นพระสกทาคามี พระอนาคามี เป็นพระอรหันต์ เป็นพระพุทธเจ้า จนกว่าจะถึงเป้าหมาย

เพราะฉะนั้นตอนที่พระสิทธัตถะออกบวช เป็นพระเจ้าแผ่นดินท่านยังเป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่แล้วไม่เอา ออกบวชไปปฏิบัติกรรมฐาน ท่านอาฬารดาบส และอุทกดาบส ได้สมาบัติแปด ได้ฌาณสมาบัติสุดยอดเลย อาจารย์ทั้งสองบอก คุณบรรลุหมดภูมิที่อาจารย์ทั้งสองจะสอนได้แล้ว อยู่กับเรานี่แหละเป็นเจ้าสำนักคู่กันเลย ตั้งสำนักสอนอยู่ที่นี่ สิทธัตถะว่าไง ยังไม่บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ ไม่ขอหยุด ต้องแสวงหาโพธิญาณต่อไป ไม่พอใจกับความสำเร็จแค่นี้ ก็ไปต่อ เพราะฉะนั้นหนึ่ง อย่าพอใจกับความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ตั้งเป้าหมายชีวิตให้สูงไว้

สมมติอย่างพระพุทธเจ้าก็ตั้งอธิฐานเลย ว่าอยากเป็นพระพุทธเจ้า เราเองตั้งเป้าหมายอย่างไรที่จะเป็นอริยบุคคลอะไรต่างๆ ให้มันสูง ท่านบอกว่าการที่เราจะยิงธนูนี้  ท่านต้องเล็งให้สูงกว่าเป้า อาตมาไปญี่ปุ่นก็งง ไปที่ญี่ปุ่นที่วัดหนึ่งในเมืองเกียวโต ปรากฏว่าศาลาสร้างมาพันปี ยาวประมาณหนึ่งร้อยเมตรเศษๆ และที่ระเบียงก็เป็นทางเดินยาว ทอดยาว มีตาข่ายยื่นออกมา ระเบียงยื่นจากข้างล่าง ตาข่ายยื่นจากข้างบน ข้างบนพรุนไปหมดเลยตรงกลาง

เขาบอกเป็นที่สำหรับคนญี่ปุ่นในสมัยก่อนไปแข่งขันยิงธนู ไปที่เป้าหมาย ระดับประเทศ คนที่ชนะเลิศวันหนึ่งยิงเป็นพันๆ เข้าเป้าเลยนะ เป็นพันๆ ลูก และหลังจากนั้นไม่มีใครกล้าทำลายสถิติก็เลยเลิกไป แต่ทุกวันนี้ที่วัดแห่งนั้น หนุ่มสาวจะมายิงธนูกัน สมมติว่าใครบรรลุนิติภาวะก็จะมายิงธนูกันที่วัดนี้ ปรากฏว่าอาตมาไปดูทางเดินยาวเป็นร้อยเมตร ตรงกลางไม้ที่ยื่นออกมาเป็นคาน มีรูพรุนไปหมด เพราะโดนลูกธนู ทำไมเป็นอย่างนั้น

เขาบอกเราว่าดูนะ เวลาจะยิงธนูเขาจะต้องนั่งคุกเข่า แล้วก็เล็งง้างธนูเต็มเหยียด ลูกธนูยาวมาก สายธนูก็ยาว หนึ่งร้อยเมตร ร้อยยี่สิบเมตร มันไกลนะ ลูกธนูกว่าจะถึง เขาจะยิงแบบเล็งให้โค้งแบบนี้ เพราะลูกธนูมันหนัก มันต้องเล็งให้มันไซด์โค้งไป แล้วลูกธนูพอมันวิ่งไปสักพักหนึ่งมันจะตก แล้วก็เข้าเป้า ถ้าเรายิงเล็งตรงเป้ามันจะลงดินตรงข้างหน้านี่แหละ เพราะฉะนั้นจะยิงต้องเล็งให้สูง เพื่อให้เป็นเส้นโค้งแรงดึงดูดของโลกก็จะดึงลูกธนูตกลงมา เป้าหมายในชีวิตของคนก็ต้องตั้งให้สูงไว้ เพราะระยะยาวนี่มันเหนื่อย กว่าจะถึงเป้าหมายที่มันตก

ถ้าตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นนายก จะได้แค่รองนายก เหมือนกับที่โค้งระยะยาวมันเหนื่อยใช่ไหม  เพราะฉะนั้น ในชีวิตจริงของเรามันก็จะต้องมีเป้าหมาย บางทีบางคนบอกฝันลมๆ แล้งๆ มันจะเป็นไปได้เหรอ แต่ไอ้ที่ฝันลมๆ แล้งๆ มันสำเร็จมาเยอะละ ที่ว่าฝันให้ไกล ไปให้ถึง บางคนบอกคิดสูงให้ถึงดวงดาว แต่สองเท้าต้องติดดิน คนที่พูดตอนนี้ไปเดินทางอยู่เมืองนอก ฝันไปเรื่อยๆ

เพราะฉะนั้น ในชีวิตคนเราหนึ่งขั้นจะเดินหน้าต่อไป ท่านจะต้องมีความรู้สึกว่าไม่พอใจกับความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ในการทำความดี ไม่ใช่ว่าอยู่แค่นี้ก็ดีแล้ว ถ้าท่านบอกว่าอยู่แค่นี้ดีแล้ว ท่านไม่ต้องมาฟังเทศน์หรอก เพราะเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเอง เราจะต้องพัฒนาชีวิตเราให้ดีขึ้น ครอบครัวเราให้ดีขึ้น ทำประโยชน์กับประเทศชาติมากขึ้น เพราะเหตุนั้นท่านจึงขวนขวายมาอยู่ที่นี่ มาศึกษาธรรมะ มาปฏิบัติธรรมะ มาสวดมนต์ เพราะเรายังไม่พอใจกับความดี ศีลธรรมที่เรามีอยู่ยังไม่เพียงพอ นี่คืออารัมภธาตุ ทีนี้อารัมภธาตุมีจุดเริ่มแล้ว เราจะเดินต่อไปอย่างไร

บางคนบอก คิดว่าเป็นความฝันเหมือนกับฝันกลางวัน เราอยากจะเป็นนั่นเป็นนี่ แต่ว่ามันไปไม่ได้ เพราะอะไร  เพราะมองไปข้างหน้ามันยากนะ มันลำบาก การที่จะก้าวไปแต่ละก้าว กว่าจะไปถึงเป้าหมาย  อธิษฐานเป็นพระพุทธเจ้ามันได้  แต่บำเพ็ญบารมีต่อไปนี่มันยาก อยากจะเรียนจบปริญญาเอกใครก็คิดได้ แต่เวลาเรียนแต่ละขั้น แต่ละขั้น มันยาก มันลำบาก ตรงนี้แหละที่เรียก นิกัมมะ กล้าริ กล้าเดินออกไปไหม บางคนกลัวความล้มเหลว ฝันแต่ไม่อยากทำ อยากจะพูดในที่ประชุมเยอะๆ อย่างนี้ แต่ถ้าขึ้นมาแล้วมันตกม้าตาย อายเขา เพราะฉนั้นอยู่ที่เดิมดีกว่า อย่าไปคิดทำโน่นทำนี่อะไรต่างๆ

ในที่สุดพอกลัวความล้มเหลว มันท้อคนก็ไม่เดินหน้า ที่นี้วิธีคิดทำอย่างไร นิกัมมะที่จะก้าวออก ท่านอย่าไปคิดว่ามันไกลมาก สมมติว่าเราถ้าเราจะไปเชียงใหม่ ถ้าไปปกติขับรถไปปกติมันก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไปช่วงปีใหม่ติดตั้งแต่ดอนเมืองติดยาว ท้อแล้วใช่ไหม ไม่อยากไปละ พอคิดระยะทางมันไกล ไกล คนจะไม่เดินทาง

ทำนองเดียวกับการสมัยก่อนคนจะข้ามทะเลทราย ทะเลทรายซาฮาร่า อย่างประเทศอิยิปต์ จะอยู่ติดกับทะเลทรายซาฮาร่าในแอฟริกา ระยะทางในทะเลทรายพันกิโลเมตรจะข้ามทะเลทรายแล้วเข้าไปในทะเลทรายมีแต่ฟ้ากับทราย  มันไม่เห็นอะไรที่เขียวชอุ่มเลย มักจะไปหลงตายกันเยอะ คนที่จะเดินทางในทะเลทรายก็จะท้อไปก็ตายไม่อยากไป ทีนี้ฝรั่งเศสเขาไปยึดทะเลทรายประเทศแถวนั้นได้ สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สองประเทศฝรั่งเศสก็ไปยึด เขาช่วยนักเดินทางอย่างไร เขาเอาถังน้ำมันห้าสิบห้าแกลลอน ถังที่เราเห็นสูงเกือบๆ สองเมตร เมตรเศษๆ เอาไปตั้งไว้ที่ในทะเลทราย ต่อกันจากถังหนึ่งไปยังถังหนึ่ง เส้นตรงเลย เป็นทางเดินขอบทะเลทรายให้ข้ามทะเลทราย ห่างกัน ตั้งห่างกันประมาณห้ากิโลเมตรต่อถัง ห้ากิโล ทุกห้ากิโล จนข้ามทะเลทรายได้ ถ้าใครจะข้ามทะเลทรายทางราบ เขาบอกว่า ตามถังน้ำมันไปทีละใบ ตามไปทีละใบ ละใบ ในที่สุดก็จะออกพ้นทะเลทราย

ทำไมต้องห่างกันห้ากิโล เขากำหนดไว้ห้ากิโลเมตร เพราะเวลาเราดูเรือในทะเล ถ้ายืนอยู่ชายหาดมองไปในทะเล เวลาเรือมันมาจากทะเล เราจะเห็นเสากระโดงก่อนใช่ไหม มันพ้นขอบ ขอบโลกมันโค้ง เราจะเห็นชั้นบนก่อนแล้วค่อยๆ เห็นลำเรือค่อยๆ พ้นมาเรื่อยๆ ทำนองเดียวกันในทะเลทราย  มองไปสุดลูกหูลูกตา ห้ากิโลมันจะเห็นถังเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นจะมองไม่เห็นถังที่สองมันลับขอบฟ้าไป

เพราะฉะนั้นคนก็จะมีความรู้สึกว่าถังใบเดียวแค่นี้เอง เดินไปตามไป ตามถังทีละใบ ก็หมายถึงว่า เห็นใบเดียวก็รู้สึกว่าไม่ไกล พอเดินไปถึงก็จะเจออีกใบ มันก็จะตามไปเจอทีละใบ ละใบ คนก็จะมีกำลังใจ มันไม่ไกล แต่ถ้าเห็นทีเดียวพันกิโล สุดลูกหูลูกตา นอนอยู่นี่ดีกว่า ไม่ไปแล้ว ถ้าเราคิดว่าจะไปสู่เป้าหมายที่มันจะต้องมีหลายขั้นหลายตอนนะ เยอะมากวางแผนให้ได้ แต่ถ้ามองทีเดียวรวดเดียว ไม่รู้กี่ขั้น ต้องฝ่าด่านอรหันต์สิบแปดองค์ มึนเลย กว่าจะบรรลุ แต่ถ้าคิด เอาศีลห้าก่อน ศีลแปด ค่อยสร้างกรรมฐานไปทีละขั้น    ทีละขั้นมันมีกำลังใจ

ภาษิตจีนที่บอกว่า ระยะทาง ระยะทางหมื่นลี้มันต้องมีก้าวแรก ถ้าคิดว่าหมื่นลี้ไกล เอาก้าวนี้ก่อนแล้วกัน ขึ้นบันไดทีละขั้น เคยไหมไปขึ้นบันไดตามวัดที่ไปไหว้พระธาตุข้างบน เขาคิชกูด หรือภูกระดึง ไปทะเลาะกันมาเยอะแล้ว แต่เราคิดทีละก้าว ทีละขั้น ๆ เดี๋ยวมันก็ถึง เรื่องที่ว่ายากๆ ทำไปทีละเปราะ ปัญหาที่ว่ายากก็แก้ไปทีละเปราะ ทีละเปราะ ทีละตอน ทีละตอนเดี๋ยวมันก็แก้ได้

ปัญหาประเทศไทยตอนนี้ไม่เหนือบ่ากว่าแรง มันก็มีอยู่สองสีเท่านั้น สีเหลืองกับสีแดง ไปยากอะไร ถ้ามันมาหลายสีก็งงละสิ เข้าใจว่าคงจะมีอยู่แค่นี่ละนะ เพราะฉะนั้น เราไปเจรจา สีนี้ สีนี้ สีนี้ เดี๋ยวมันก็จบ ใครเป็นใคร ฉะนั้นปัญหาทุกอย่างมันมีทางแก้ เริ่มไปทีละเปราะ ทีละใบ ตามถังไปทีละใบ อันนี้เขาเรียกว่านิกัมมะ เดินหน้าต่อไป แต่ทีนี้คนเรา พอเดินต่อไปบางทีมันก็ท้อไม่อยากเดิน ไปมันก็ล้มเหลว มันก็มีปัญหา ก็มันก็จะไม่ถึงขั้นที่ว่า ปรักกมะ คือขั้นที่สาม ล้มแล้วต้องลุกขึ้นมา มีปัญหาแก้ไปเรื่อยๆ ปรับไปทีละอย่างสองอย่าง อยู่ทางนี้เขายุบก็ไปพรรคโน้น มันจะอะไรนักหนา มันจะไปยากอะไร ไม่ใช่หมด ยึดติดอุปาทานอยู่อย่างนี้ แก้ปัญหาได้ ทีนี้ทำอย่างไร  

ดูเรื่องพระมหาชนก ในเรื่องมหาชนก  แสดงถึงปรักกมะ ในหลวงทรงใช้เวลาเกือบยี่สิบปี พระราชนิพนธ์เรื่องมหาชนก ตั้งแต่วันที่ฟังเทศก์ครั้งแรก ฟังเทศก์เรื่องมหาชนกครั้งแรกที่วัดวัดหนึ่ง  ปรากฎว่าฟังนิทานเรื่องมหาชนกจากพระผู้ใหญ่ ระดับสมเด็จ เรื่องนี้ดี เกิดอารัมภะ ริเริ่มบ้าง จะต้องแปล ยี่สิบปีกว่า

หนังสือจะสำเร็จออกมา เริ่มวันแรกคือไปฟังเทศก์จากพระ แล้วก็ไปคิดว่าจะต้องไปหาต้นฉบับมา เอามาแปล และเรียบเรียงใหม่เพื่อให้คนไทยได้อ่าน นั่นก็คือนิทานชาดกเรื่องพระมหาชนก พอมีอารัมภะในใจก็เก็บข้อมูล นี่คือ นิกัมมะ เก็บข้อมูลไป อ่านไป ศึกษาไป เขียนไป มีอุปสรรคบ้าง ก็ไม่หยุดนี่คือ ปรักกัมมะ แปลว่าทำไม่หยุดติดต่อ นิกัมมะก็คือเริ่มลงมือทำ ยี่สิบปีที่ไม่หยุด จนออกมาเป็นมหาชนก

พระราชนิพนธ์ แสดงถึงความเพียรของพระเจ้าอยู่หัวเองนั่นแหละ ไม่ใช่ภาษาไทยภาษาเดียว ภาษาอังกฤษด้วย  ทรงแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย ไพเราะทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ให้จิตรกรมาวาดภาพประกอบด้วย มหาชนกเป็นอดีตชาติของพระพุทธเจ้า

ต้นฉบับเป็นภาษาบาลียาวมาก อ่านก็ยาก ในหลวงทรงแปลเรียบเรียงใหม่ ให้อ่านง่ายและมีภาพประกอบ เราจะเห็นภาพเรือล่ม  ตามฝาผนังโบสถ์ เป็นเรือสำเภา มหาชนกอยู่ในเรือ และก็มีภาพว่ายน้ำ มีภาพนางมณีเมขลามาช่วย ในเรื่องนี้เราจะเห็นได้ว่า ตัวเอกของเรื่องที่ในหลวงทรงแปลและถ่ายทอดมาเพื่อทรงสอนคนไทยทั้งประเทศว่าอย่าท้อในยามวิกฤติ เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส เปลี่ยนหายนะให้เป็นพัฒนา

คำสอนจากเรื่องมหาชนกคือตรงนี้ และมาใช้กับประเทศไทยตอนนี้พอดี เป็นอย่างไร มหาชนกนั่งเรือจากชมพูทวีปคืออินเดียไปค้าขายที่สุวรรณภูมิ ทรงให้วาดแผนที่ไปสุวรรณภูมิซึ่งก็คือแถวนครปฐมนั่นแหละ นั่งเรือมา ในระหว่างทางพายุพัดมา เกิดพายุ เรือทำท่าจะอับปาง คนในเรือตกใจมาก เรือจะอับปางแล้ว ต้นหนก็ดีใครต่อใคร ฉันตายแน่หวาดเสียวกลัวกันหมด

ในยามวิกฤติคนวิ่งไปวิ่งมากาบซ้ายบ้าง กาบขวาบ้าง ตั้งสติไม่อยู่ ในยามวิกฤติภาวะเช่นนี้ หลักสำคัญคือตั้งสติ ถ้าไฟในห้องนี้ดับดูทางออกบ้างนะ ให้พระไปก่อน จองประตูโน้น มาอยู่อย่างนี้ก็ต้องตั้งสติดู มี EXIT มีอะไรอยู่ตรงไหน แต่ก่อนก็ไม่เคยนึกหรอก คนเยอะนะท่านเจ้าคุณ เปิด EXIT ตรงไหนบ้าง ดูแล้วอาตมาอยู่ตรงนี้เห็นแล้ว จุดเทียนซะด้วย ปรากฎว่ามหาชนกแทนที่จะวิ่งตื่นตระหนก แต่นั่งดู ทางออกอยู่ตรงไหน ทางออกตรงไหน เรือนี่มันมีที่ ที่มุงที่บังอะไรเยอะแยะ

เพราะฉะนั้นอยู่แทนที่จะไปตกใจ ถ้าเป็นอาตมาเกิดวิกฤติอย่างนี้ก็จะอ่านดูว่าคนที่รอดชีวิตเขาทำอย่างไร บางคนพอตั้งสติได้ ตั้งสติว่าเขาเรียกดูตาม้าตาเรือ มหาชนกทำอย่างไร พอเรือจะล่มขึ้นมา ตั้งสติเป็นอันดับแรก สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดมันเกิดปัญหา เพราะฉะนั้นตั้งสติ ดูตาม้าตาเรือ ดูซ้ายดูขวาแล้วปรากฎว่า คนตกใจวิ่งกันพล่านไปหมด

มหาชนกท่านคำนวนแล้วว่าอย่างไรก็ไม่รอด เรือต้องล่มแน่ๆ ถ้าเรือล่มเราจะต้องเผชิญอะไรบ้าง กลางทะเลลึกมันจะไปไหน เราต้องลอยคอนานแน่นอนกว่าจะมีใครมาช่วย แล้วจะมีแรงว่ายหรือ แทนที่จะไปตกใจฉันตายแน่ วิ่งไปวิ่งมาเหมือนคนอื่นถ้าเราจะต้องอยู่ในทะเลหลายวันหาเสบียงไว้ก่อน ลงไปที่ห้องครัวเลย มันมีเนยกับน้ำตาลกรวดผสมกัน ทานใหญ่เลยให้เกิดพลังไว้ อาจจะต้องว่ายน้ำในทะเลหลายวัน เพราะเรือมันโคลงเคลงอย่างไรมันก็ต้องจม เครื่องแต่งตัวเสื้อผ้าทั้งหมด เอาน้ำมันชุบหมดเลย ให้มันเหม็นไว้ป้องกันสัตว์ร้ายในทะเล ยังมีเวลาคิดนะ เขาไม่ใช่คนธรรมดา พระโพธิสัตย์นะ แต่เรานี่มันแค่นี้

เพราะฉะนั้นตั้งสติได้ชับน้ำมัน แล้วยังไม่โดดทันที มองซ้ายมองขวาต้องถ่วงเวลาอยู่ในเรือให้นานที่สุด ในเรือสำเภาจุดไหนจะจมเป็นอันดับสุดท้าย ทราบไหม เรือไททานิคจุดไหนจมเป็นอันดับสุดท้าย หัวเรือหรือท้ายเรือ ไปอยู่แถวนั้นแหละ เรือสำเภามหาชนกท่านบอกเสากระโดงจมเป็นอันดับสุดท้าย ทำไมต้องลงไปเป็นคนสุดท้าย ฉลามจะได้กินเพื่อนก่อน อันนี้เติมเอาเองนะ มันกำลังยุ่งกินบุฟเฟห์อยู่คงไม่นึกถึงเราหรอก อาตมาเดาเอา ท่านคิดอย่างไรไม่รู้ช่วงนั้นปีนไปบนเสากระโดงดูทิศทาง ดูคนเริ่มตกลงไป ฉลามกิน สัตว์ร้ายมันเยอะรอบๆ เรือ  แล้วทำอย่างไรเวลามันจะจมจริงๆ ใช้เสากระโดงโยกตัวเองเป็นคานงัด กระเด็นออกไปตกไกลเลย ฉลามไม่ทันมอง เอาไว้เจอกับตัวเองก็จะรู้ว่ามันโง่หรือไม่โง่ มันกำลังยุ่ง ปรากฎว่ากระเด็นออกไปไกลว่ายไปเรื่อย ว่ายช่วงนี้แหละที่คิดว่าเราจะว่ายไปทำไม

นิกัมมะ อารัมภะตั้งแต่คิดว่าเราจะต้องรอด แล้วก็เริ่มดำเนินการตั้งแต่ตั้งสติได้ ทานอาหาร ทาเสื้อผ้าด้วย แล้วนิกกัมมะตั้งแต่กระโดดลงไป อันนี้ท่านทำสำเร็จแล้วขั้นที่สอง ขั้นที่สามมันท้อนะ ปรักกัมมะ ว่ายทำไม เพื่อนก็ตายหมดแล้ว เรือก็จมแล้ว ไม่มีอะไรเหลือแล้ว และฝั่งก็มองไม่เห็น แล้วจะทำไปทำไม คนที่อยู่ในสภาวะอย่างนี้ในชีวิตจริง มันคือสภาพหมดหวัง แล้วหลายๆ คนไม่สู้ ป่วยหนักถึงขั้นหนึ่ง คนไม่อยากจะสู้แล้ว เจ็บ ฉีดยา ทานยาขม ผ่าตัด ไม่รู้จะหายหรือเปล่า  เหมือนมหาชนกในทะเลนั่นแหละ ที่หมดกำลังใจขึ้นมา ไม่อยากจะทานอะไรแล้ว หมดหวังละ  

นี่คือสภาพเหมือนมหาชนก ลอยคอในทะเล ไม่รู้สถานการณ์เมื่อไรจะเป็นใจ เมื่อไรเราจะรอด เหลียวขวาก็แลหาย เหลียวซ้ายก็มองไม่เห็น แต่มหาชนกไม่ยอมแพ้ ว่ายไปเรื่อยๆ กำหนดทิศว่าตะวันขึ้นทางนี้ ตะวันตกทางนี้ พระจันทร์อย่างนี้ กำหนดไปหมด และก็ว่ายไป ลอยคออยู่ในทะเล

ถ้าในสมัยนี้ก็ใช้เครื่องช่วย มีแผ่นกระดานอะไรต่างๆ ที่คนเขาว่ายกัน แต่ว่าจะยอมแพ้ไหม ไม่ยอม ไปเรื่อยๆ ท่านกำหนดพระอาทิตย์ขึ้นลง เจ็ดวัน วันที่เจ็ด เทวดาเหาะผ่านมา นางมณีเมขลา เทพธิดาประจำสมุทร มาเห็นเข้าก็ถามว่า ไปว่ายน้ำอยู่ทำไม ไม่ได้ว่ายเล่น เรือมันแตก แล้วจะไปไหน ไปชมพูทวีป

มณีเมขลาบอกว่าอย่าไปเลย ว่ายไปอีกเจ็ดวันเจ็ดคืนก็ไม่ถึง เหนื่อยเปล่า ตายไปเถอะจะได้ไม่เหนื่อย แนะนำดีนะ เขาทดสอบ มหาชนกตอบว่า เพื่อนข้าพเจ้าคิดอย่างที่ท่านพูด คือว่ายก็ตาย ไม่ว่ายก็ตาย ตายดีกว่า เลยไม่ว่ายน้ำ ตายไปหมดแล้ว แต่ข้าพเจ้าคิดไม่เหมือนเพื่อนทั้งหลาย วายเมเถว ปุริโส เกิดเป็นคนต้องพยายามร่ำไป ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ จะไม่ยอมแพ้

เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงว่ายไม่หยุด เพราะคิดอย่างนี้แหละ จึงเหลือรอดข้าพเจ้าอยู่เพียงผู้เดียว คนอื่นตายหมดแล้ว เพราะคิดอย่างนี้แหละจึงรอด นางมณีเมขลาประทับใจคนๆ นี้ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ในเรื่องคือช่วยอุ้มไปขึ้นบก ในชีวิตจริงอาจหมายถึง มีเรือมาช่วย มีอะไรก็ได้ เป็นปริศนาธรรมช่วยอุ้มไปขึ้นบก

ถ้าเราจะเจอปัญหาเจออุปสรรคต่างๆ จนไม่เห็นทาง พยายามต่อไป มันจะต้องมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เศรษฐกิจมันอาจจะไม่ดีในปีใหม่ แต่เราอย่าไปยอมแพ้ มันต้องถึงจุดหนึ่งที่เราเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ต้องผ่านพ้นไปให้ได้ แล้วเทวดาจะมาช่วย เทวดาช่วยแต่คนที่ช่วยตัวเอง คนไหนอ่อนแอเทวดาไม่ช่วย ทิพอาสน์เคยอ่อนแต่ก่อนมา กระด้างดังศิลาประหลาดใจ พอเราบำเพ็ญบารมีถึงจุดหนึ่ง ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย เทวดาอยู่ไม่ได้ต้องมาช่วยเรา จะเป็นใครก็ตาม จะดลบันดาลให้ใครมาช่วยเราก็ตาม เพราะฉะนั้นในขณะที่เราสู้ไป ถ้าหากรู้สึกว่ามีความรู้สึกว่ามันหมดหวัง มันท้อถอย มันท้อแท้ อย่าไปยอมแพ้ล้มลงไป

หลวงตาแพรเยื่อไม้วัดประยูรท่านเขียนไว้ว่า ล้มเพราะก้าวไปข้างหน้า ดีกว่ายืนเต๊ะท่าอยู่กับที่ เพราะขณะที่ล้ม เรายังมีโอกาสเรียนรู้จากความผิดพลาด มาสนใจคนหนุ่มสาวที่เวลาเขาล้มไปแล้วเขามีปฏิกริยาอย่างไร บางคนตีโพยตีพายไม่หยุดเลย คนอย่างนี้ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าล้มไปแล้วเขาสู้ เขาเรียนรู้ เขาแก้ไข เขาปรับปรุง อย่างนี้น่าสนับสนุน ถ้าท่านเป็นนายทุนใหญ่ท่านจะช่วยใคร ช่วยคนแบบนี้ คนหนุ่มสาวล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมดา แต่ล้มลงไปแล้วจัดการกับชีวิตอย่างไรต่างหากที่น่าสนใจ คนที่ประสบความสำเร็จ พอล้มไปแล้วเขาแก้ไข เขาปรับปรุง เขาลุกขึ้นมาอีก มีปัญหา มีอุปสรรคไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมท้อถอย สะดุดขาตัวเองเซไป แต่อย่านอนหยุดนิ่ง

ประเทศไทยเราอาจจะสะดุดบ้าง ทะเลาะกันเองบ้าง อะไรบ้าง แต่เราจัดการกับปัญหาที่ผ่านมาอย่างไรต่างหากที่น่าสนใจ เราอาจจะทะเลาะ เราอาจจะปิดสนามบินอะไรต่างๆ แต่ที่ต่างประเทศสนใจ คุณยุติความรุนแรงอย่างไร ไม่เสียเลือดเนื้อ น่าสนใจ มันเป็นวิธีที่แปลกๆ

พม่าบอกว่าถ้าลองปิดสนามบินบ้านฉัน ตายหมดแล้ว และอยู่ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิด ที่ต่างประเทศเขามองมา เขาตัดสินเขามองคนกันตรงที่เกิดปัญหาแล้วแก้อย่างไร อยู่ๆ เราไม่มีสตางค์ จนขึ้นมาขาดทุนขึ้นมามันเป็นเรื่องธรรมดา มันมีขึ้นมีลง แต่เราหาทางฟื้นกลับขึ้นมาอย่างไรต่างหาก

เจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมดา แต่สู้กับความเจ็บป่วยสู้อย่างไร ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง รบมันต้องมีแพ้มีชนะ แต่ฟื้นขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ เยอรมันแพ้สงความโลกครั้งที่สองฟื้นขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในยุโรป ฟื้นอย่างไรต่างหาก น่าสนใจ ประเทศไทยเราล้มลุกคลุกคลานเกือบเสียเอกราชมามากมายขนาดไหน ฝรั่งเศสบีบมาทางอินโดจีน ทางลาว ทางเขมร อังกฤษบีบมาทางพม่า เรือปืนฝรั่งเศสบุกเข้ามาถึง สถานฑูตฝรั่งเศส ปืนจ่อมหาราชวัง รัชกาลที่ห้ากินไม่ได้นอนไม่หลับกลัวเสียเอกราชแบบพม่า

พม่าตอนนั้นเป็นเมืองขึ้นให้อังกฤษไปแล้ว 6 ปี พ.ศ. 2328 พม่าเสียเมืองทั้งประเทศ พ.ศ. 2428 หมดไปแล้วเอกราช พ.ศ.2436 เรือปืนมาแล้ว สามลำของฝรั่งเศสจ่อคอหอย รัชกาลที่ห้าเสวยไม่ได้ทรงเครียด แต่งบทประพันธ์ไปถึงสมเด็จกรมพระยาดำรงค์ราชานุภาพ บอกว่า ทุกข์เหลือเกินเจ็บนานหนักอกผู้บริรักษ์โคเคย คิดใคร่ลารางหัก ปลดเปลื้อง ความเหนื่อยแห่งกูจักพลันจาง กูจักสู่ภพเบื้องหน้านั้นพลันเกษม อยากตาย เหนื่อยเหลือเกิน กูจักสู่ภพเบื้องหน้านั้นพลันเกษม ตายเสียได้คงจะสบาย กลัวเป็นทวิรากบ่อตริดต้องอยุธยา เสียเมืองคนนินทาบ่อละเว้นกูว่างวาย คิดใดจะเกี่ยงแก้ก็พบซึ่งเงื่อนสาย สบหน้ามนุษย์อาย จึงจะอุดละเลยศูนย์  

อายเขา อยู่ๆ ไต้องเป็นเมืองขึ้น ไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหนอายเขา ตายดีกว่า เขียนไปถึงกรมพระยาดำรงค์ราชานุภาพน้องชาย กรมพระยาดำรงค์ราชานุภาพก็ตอบยาวมาก เปรียบโลกเหมือนกัปตันเรือ เรือมันก็ต้องมีโคลงเคลง มีขึ้นมีลง แต่ถ้าผ่านพ้นมรสุม ก็ถือว่าเยี่ยม ถึงเรือมันจะอับปาง แต่ถ้าได้สู้อย่างสุดฝีมือ ก็จะลือเลื่องว่าได้สู้ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เสียทีก็มีชื่อ

กรมพระยาดำรงค์ตอบมาว่าอย่างนี้ เสียทีก็มีชื่อ ได้เลื่องลือสรรเสริญ สงสารเพราะกรรมเกิน กำลังดอกจึงจมสูญ แพ้ก็ยังได้ชื่อว่าสู้ สู้กัน ลุกขึ้นให้กำลังใจ รัชกาลที่ห้า พระบรมวงศานุวงษ์สู้กับฝรั่งเศสตอนนั้น ในที่สุดรักษาเอกราชมาได้ เป็นมหาราชผู้ยิ่งใหญ่โดยไม่ต้องไปรบรุกรานใคร แต่ปกป้องเอกราชมาได้

ถามว่าถ้าเราดูพระองค์ท่านต่อสู้อย่างนั้น ท่านท้อไหม ท่านเหนื่อยไหม หนักหนากว่าเรามากนัก แต่ก็รักษาประเทศชาติของเราไว้ได้ คนรุ่นเราอย่าได้อายท่าน รักษาประเทศของเราไว้ที่ท่านอุตสาห์ถนอมรักษามาต่อไป เพราะฉะนั้นเรื่องแพ้ เรื่องล้ม เรื่องอะไรต่างๆ เป็นเรื่องธรรมดา แต่จะทำอย่างไรจึงจะลุกขึ้นมาใหม่ พระเจ้าจันทรคุปต์ ปู่ของพระเจ้าอโศกมหาราช กว่าจะตั้งตัวขึ้นมาเป็นราชวงศ์เมาลยะ ให้พระเจ้าอโศกได้ยิ่งใหญ่ บำรุงพุทธศาสนา เริ่มมาจากไม่มีแผ่นดินจะอยู่ พระเจ้าจันทรคุปต์ แคว้นมคธสมัยนั้นปกครองโดยกษัตริย์นันทะเป็นอาณาจักรยิ่งใหญ่ แล้วด้านเหนือออกไปก็เป็นลูกหลานของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชมาปกครองด้านเหนือของอินเดีย มันมีแค่สองอาณาจักร

ฉะนั้นตอนราชวงษ์เมาลยะยังไม่เกิด ปรากฎว่าจาณักยะ ถูกเนรเทศมาจากวังของพระเจ้านันทะ ก็ไปในหมู่บ้านไปเห็นเด็กชาวบ้านคนหนึ่ง เป็นลูกชายกำนัน เป็นหลานกำนัน ซึ่งก็คือจันทรคุปต์ กำลังวิ่งเล่นอยู่ หน่วยก้านดีเหลือเกิน คุยกันบอกเออเราจะให้เอ็งเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ฝึกฝนวิทยายุทธ์สอนวิธีอะไรต่างๆ จาณักยะสอนจันทรคุปต์จนกระทั่งเก่ง

คิดการณ์ใหญ่ก็คือพระเจ้านันทะปกครองโดยระบบที่โหดเหี้ยม จะต้องปลดแอก ลดภาษี ดึงคนมาเป็นพวก สู้กับนันทะก่อน ราชวงศ์นันทะยึดแคว้นมคธให้ได้ของพระเจ้าอชาติศัตรู พอยึดได้ก็จะไปสู้กับลูกหลานของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ปกครองอยู่ภาคเหนือของประเทศอินเดีย จะสร้างอาณาจักรให้ยิ่งใหญ่ ปรากฎว่าฝันก็จริง แต่ทำไม่สำเร็จตอนแรกๆ ล้มเหลว ล้มเหลวอย่างไร พอไปตีเมืองหลวง ของแคว้นมคธ สู้กับพระเจ้านันทะ พ่ายแพ้หมดรูป  

จันทรคุปต์หนีไปอยู่ที่กระท่อม ไปนอนหลบกระท่อมชาวนาอยู่ ได้ยินเสียงแม่ด่าลูก ตอนนั้นหมดกำลังใจแล้ว ไปเชื่อจาณักยะอาจารย์ทำให้เราลำบากลำบนแพ้เสียชื่อ ตีเมืองมคธเมื่อไรจะแตก เมืองมันใหญ่เหลือเกิน หมดทางแล้ว มองไม่เห็นทางออกแล้ว ไปนอนอยู่ในริมกระท่อมชาวนาคนยากจน

ทีนี้แม่ด่าลูก แม่ทำจาปะตี โรตี จาปะตีเป็นแผ่นๆ ให้ลูก เด็กๆ ทาน เด็กมันก็กัด มันร้อน กัดเข้าไปร้อน ร้องจ้ากเลย แม่ตีแล้วก็ด่า เอ็งมันโง่เหมือนจันทรคุปต์เลย สะดุ้ง กำลังนอนหมดสภาพอยู่ อะไรมาด่ากันทำไม แสดงว่าที่ยกพลไปตีมันดังไปทั่ว แพ้ก็อายเขา

ชาวนายังด่าเลย เอ็งนี่มันโง่เหมือนจันทรคุปต์ ใครเขากินขนมเบื้องหรือจาปะตีตรงกลางกันล่ะ มันหนา มันร้อน เอ็งนี่อยู่ๆ  มากัดตรงกลางมันก็ร้อนปากพองสิไอ้หนู มันต้องเล็มขอบๆ ไปก่อน มันเย็น มันบาง แล้วค่อยไปกินตรงกลาง ไอ้จันทรคุปต์มันก็โง่ อยู่ๆ ไปตีเมืองหลวงได้ที่ไหนกัน มันต้องกินจาปะตีที่ขอบเล็มเมืองเล็กๆ ไปก่อนสิ  ตาสว่างเลย  กลับไปรวบรวมพลใหม่ ตีเมืองเล็ก เมืองน้อย รอบๆ แล้วยึดเมืองหลวงสำเร็จ ได้ปัญญาจากหญิงชาวนาคนหนึ่ง

ฉะนั้นที่ว่าปลายอุโมงค์มันมีแสงสว่าง คำพูดประโยคเล็กๆน้อยๆ นี่แหละที่มันให้กำลังใจ ให้ความหวังแก่เรา ที่จะต้องสู้ ที่จะต้องทำให้สำเร็จ อย่าพึ่งหมดหวัง ที่อาตมาบอกว่า คำบางคำ ประโยคบางประโยค มันสะกิดใจ เพราะฉะนั้นเวลาที่เราฟังเทศก์ฟังธรรม อย่าสักแต่ว่าเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เอาไปคิด มันเกิดแสงสว่างขึ้นมา อย่างพระเจ้าจันทรคุปต์ เรื่องอะไรต่างๆ สอนใจเรา

เพราะฉะนั้นธรรมะทั้งหมดนี้ มันอยู่ที่การเอาไปสอนตนเอง อัตนา โจยธายัง จงสอนตนเองด้วยตนเอง จงเตือนตนเองด้วยตนเอง เพราะเราจะรู้ตอนไหนเรามันจะท้อ จะมีปัญหา ตอนไหนเรากำลังประสบความสำเร็จแล้วเรากำลังเหลิง เราเตือนตนเองให้ถูกจุด เกาให้ถูกที่คัน ลีนีจิตตัมมิปัทคาโห จิตตกให้ยกจิต ที่อาตมาพูดมาคือภาคเดียว จิตตกให้ยกจิต อุตตคัสมิงนิทิทาโห ถ้าจิตลอยลมให้ข่มลงมา คนที่กำลังท้อ เราต้องริเริ่ม ตั้งไข่ นิกัมมะ เดินหน้า ปรักกัมมะ ฝ่าฟันไม่ยอมแพ้ แต่ถ้าถึงเป้าหมายแล้ว อย่าไปลืมตัว อย่าไปเรียกว่าไม่กตัญญูต่อผู้สนับสนุน ต้องเห็นคุณค่าของทุกฝ่าย ทุกคน ต้องรวมพลังกัน ตอนนั้นที่คนมักจะลืมตัว พอได้ดี อุตตคัสมิงนิทิทาโท เมื่อจิตลอยลมให้ดึงลงมา ก็จะเป็นอีกภาคหนึ่ง วันนี้พูดภาคเดียว

เอาเป็นว่าลีนีจิตตัมมิปัทคาโห จิตตกให้ยกจิต ทำอย่างไรจะริเริ่ม ทำอย่างไรจะก้าวเดิน ทำอย่างไรจะก้าวหน้า และทำอย่างไรจะฝ่าฟัน ต้องไม่ยอมแพ้ ต้องแก้ปัญหาเหมือนอย่างที่ได้พูดได้บรรยายมา ส่วนได้ดีมีสุขแล้วก็ไม่ลืมตัว อันนี้ก็มีคติสอนใจ โดยที่ทำดีให้ถูกดี ดีให้ถึงดี แล้วก็ให้พอดี นั่นอีกเรื่องหนึ่ง

วันนี้ที่อาตมาพูดประเด็นเดียวว่า เมื่อปีใหม่แล้ว เราสอนใจตัวเอง เตือนตัวเอง บอกตนเอง อ่านตนออก บอกตนได้ ใช้ตนเป็น เห็นตนชัด เราเป็นคนอย่างไร ต้องสอนตัวเองอย่างไร บอกตัวเองอย่างไรให้บรรลุเป้าหมาย ให้ประสบความสำเร็จ ก็คงจะใช้เวลาในโอกาสนี้เพียงเท่านี้

ในท้ายที่สุดนี้ ขอตั้งคุณพระศรีรัตนตรัย และกุศลความดีที่บำเพ็ญมา จงมารวมกันเป็นตบะ เป็นเดชะ เป็นพลวะปัจจัย อำนวยอวยพรให้ท่านทั้งหลายประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรือง งอกงามไพบูลย์ในชีวิตส่วนตัว ครอบครัว การงาน โดยปราศจากทุกข์โศก โรคภัย อันตรายทั้งปวง ถึงซึ่งความเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ  ธรรมสารสมบัติ ธนสารสมบัติ ปรารถนาสิ่งใดที่ชอบ ประกอบด้วยธรรม ก็ขอให้ความปรารถนานั้นๆ จงพลันสำเร็จ จงพลันสำเร็จ จงพลันสำเร็จ ทุกท่าน ทุกคน ตลอดปีใหม่ และตลอดไป เทอญ

ความคิดเห็น

  1. 1
    Christian Louboutin
    Christian Louboutin 20/06/2016 09:47

    replica christian louboutin heels style brings a sweet temperament Christian LouboutinDenmark style shoes offermarlboro outlet the most suitable in Christian Louboutin Asteroid ease and comfort, superior,christian louboutin replica and design and style that far too along with a pretty christian louboutin studded pumpseconomical pacetory burch heels are even now utilising social Giuseppe Zanotti Sneakers if you want to offer Buy Marlboro cigarettesyou specific offers,christian louboutin knockoffs and giveaways attracting buyers giuseppe zanotti outletfrom around for their service Along with the tory burch flatsmost innovativefake christian louboutinyou can easily orderChristian Louboutin Highness 160mm Aurora Colorful Pumps designer shoesGiuseppe Zanotti Bootsfree of evenreplica louboutin pumpswasting your time and efforts Christian Louboutin Isolde 20ans Specchio Laminato Blackcoach outletchristian louboutin spiked heels A woman from London said, I was so glad to be aware of this really good informationreplica christian louboutin pumps, and I have been an previous replica louboutin shoesmember ofchristian louboutin glitter pumps you ought to head over to a variety of establishments or malls to purchase your customize shoes which might match your dress and modelchristian louboutin heelsand earlier you hadTory Burch shoes to throw away superior amount of money of time tomarlboro cigarettes uncover the designerGiuseppe Zanotti Sneakers online sneakers need to become light-weight to enable for aerobic Christian Louboutin Dafsling Glittery Leather Slingback Platformsuch situationsreplica christian louboutin It is possible to now preserve all the more christian louboutin storesdollars by havingGiuseppe Zanotti Wedge Sneakers time for you to realize about new and upcoming websites which provide impressive savings com Giuseppe Zanotti Sneakers that P series manner footwear might tory burch bootsnext Monday If you need to purchaseBuy Marlboro cigarettes online style bags ofgiuseppe zanotti shoes Denmark on line,tory burch wallets listed here you can get lots of inexpensive fashion bags Nicholas Kirkwood shoes provide you with a very good giuseppe zanottiprospect to get a amazing giuseppe zanottilooking working experience Buy Vibram FiveGiuseppe Zanotti Boots Fingers of such fashion footwear,tory burch ballet flatsThe Vogue shoes which might be tory burch flats discountaround at this page are of high quality Giuseppe Zanotti onlineand are trendy also Annually since then has seen a fresh model with thechristian louboutin glitter heels Jordan sneaker,christian louboutin daffodil pumpslogo This great site gives you you a great Giuseppe Zanotti Sneakers outletopportunity to pick footwear from widechristian louboutin narcissus pumps collection that could be toGiuseppe Zanotti sale you will find special sections from which youtory burch flats sale’lltory burch outletopt for almost any Aldotory burch flip flops outlet designer footwear which will enableGiuseppe Zanotti Sneakers it to be better available for you to uncover tory burch reva flatsdesirable sneakers With its greatestvalentino outlet attributes that any one would be searching fortory burch handbags, for a shoes A majority of them do not http://www.toryburchs.net

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

ปฎิทิน

« July 2017»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     

นาฬิกา

Alternative content

สถิติ

เปิดเว็บ04/11/2008
อัพเดท18/07/2017
ผู้เข้าชม1,136,177
เปิดเพจ1,600,579

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

 หน้าแรก

 กรรมการบริหารวัด

 บทความ

 ภาพกิจกรรม

 ร่วมบริจาคทำบุญ

 เว็บบอร์ด

 การเดินทาง

 ติดต่อเรา

view